ศึกษาสายพันธุ์กาแฟยอดนิยมที่คนรักกาแฟต้องรู้!

สายพันธุ์กาแฟ

สายพันธุ์กาแฟคือหัวใจสำคัญที่กำหนดทิศทางของธุรกิจและสุนทรียภาพในการดื่ม หลายคนที่ก้าวเข้ามาในโลกของบาริสต้ามักมีคำถามว่ากาแฟมีกี่สายพันธุ์? และเมล็ดกาแฟแต่ละชนิดให้รสสัมผัสที่แตกต่างกันอย่างไร? เพราะการเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับต้นกาแฟจะช่วยให้นักเรียนดึงศักยภาพของเมล็ดออกมาได้สูงสุด

วันนี้ Topcoff จะพาไปสำรวจโลกของเมล็ดพันธุ์กาแฟ ตั้งแต่ต้นกำเนิดจนถึงสายพันธุ์กาแฟในไทยที่ได้รับความนิยม นักเรียนที่กำลังศึกษาเรื่องกาแฟอย่างจริงจังห้ามพลาด!

Key Takeaways

  • สายพันธุ์กาแฟหลักของโลกคืออาราบิก้าและโรบัสต้า ซึ่งมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยอาราบิก้ามีสายพันธุ์ย่อยมากกว่า 100 ชนิด
  • ต้นกาแฟอาราบิก้าเป็นสายพันธุ์ที่นิยมที่สุดในโลก คิดเป็น 60-70% ของการผลิตกาแฟทั่วโลก มีรสชาติที่ละเอียด หวาน และมีกรดน้อย
  • กาแฟไทยส่วนใหญ่นิยมปลูกสายพันธุ์กาแฟอาราบิก้าในภาคเหนือ เช่น Typica, Bourbon, Caturra และ Catimor
  • การเลือกเมล็ดพันธุ์กาแฟที่เหมาะสมเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างเมนูกาแฟและสูตรกาแฟที่โดดเด่น

เมล็ดกาแฟมาจากไหน?

เมล็ดกาแฟที่ใช้ชงดื่มในทุก ๆ วันนั้นมาจากผลของต้นกาแฟ ซึ่งเป็นพืชในตระกูล Rubiaceae ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของต้นกาแฟอยู่ที่ทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะในประเทศเอธิโอเปีย ก่อนที่จะแพร่กระจายไปทั่วโลกในช่วงศตวรรษที่ 15-16

ต้นกาแฟเป็นพืชยืนต้นที่มีความสูงได้ถึง 3-4 เมตร โดยมีใบเป็นมันวาว ดอกสีขาวหอม และให้ผลรูปไข่ที่เรียกว่า “เชอร์รี่” ภายในผลกาแฟหนึ่งผลจะมีเมล็ดกาแฟ 2 เมล็ด ห่อหุ้มด้วยเยื่อหุ้มเมล็ดและเปลือกนอก เมล็ดกาแฟเหล่านี้จะต้องผ่านกระบวนการแปรรูป เช่น การล้าง การตาก การคั่ว ก่อนจะนำมาบดและชงเป็นกาแฟที่ทุก ๆ คนดื่มกัน

ปัจจุบัน กาแฟมีการปลูกในแถบเขตร้อนทั่วโลก หรือที่เรียกว่า “Coffee Belt” ซึ่งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งเหนือและเส้นรุ้งใต้ ครอบคลุมประเทศในทวีปแอฟริกา เอเชีย และอเมริกาใต้ สำหรับกาแฟไทยนั้น ส่วนใหญ่จะปลูกในพื้นที่ภาคเหนือที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเหมาะสมกับการปลูกต้นกาแฟอาราบิก้า

สายพันธุ์กาแฟมีกี่แบบ?

สายพันธุ์กาแฟ ชนิด

ปัจจุบันเมล็ดกาแฟมีมากกว่า 120 สายพันธุ์ทั่วโลก แต่ที่นำมาปลูกเชิงการค้าและได้รับความนิยมมีเพียง 4 สายพันธุ์หลักเท่านั้น ดังนี้

กาแฟอาราบิก้า (Coffea Arabica)

กาแฟอาราบิก้าเป็นสายพันธุ์เมล็ดกาแฟที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก คิดเป็นสัดส่วนการผลิตประมาณ 60-70% ของการผลิตกาแฟทั่วโลก ต้นกาแฟอาราบิก้าถิ่นกำเนิดอยู่ที่เอธิโอเปีย ปลูกได้ดีในพื้นที่สูง 600-2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลที่มีอุณหภูมิเย็นสบาย โดยกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าสามารถแยกย่อยได้มากกว่า 100 ชนิด แต่ที่นิยมปลูกและใช้ในเชิงการค้ามี 7 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ Typica (ทิพพิกา), Bourbon (เบอร์บอน), Caturra (คาตูร่า), Geisha/Gesha (เกอิชา), SL28 และ SL34, Catimor (คาทิมอร์) และ Pacamara (ปากามารา) ซึ่งแต่ละสายพันธ์ุจะให้รสชาติและกลิ่นที่แตกต่างกัน

กาแฟเอ็กเซลซ่า (Coffea Exelsa)

กาแฟเอ็กเซลซ่าเป็นสายพันธุ์ที่ปลูกน้อยมาก คิดเป็นเพียง 7% ของการผลิตกาแฟทั่วโลก ถิ่นกำเนิดอยู่ในแอฟริกากลาง รสชาติของเอ็กเซลซ่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีทั้งความเป็นกรดและขมผสมกัน มีกลิ่นหอมคล้ายไม้และผลไม้เขตร้อน บางคนอาจรู้สึกว่ามีรสชาติแปลกใหม่ เอ็กเซลซ่ามักนำมาผสมกับสายพันธุ์อื่นเพื่อเพิ่มมิติของรสชาติมากกว่าจะใช้ชงเดี่ยว

กาแฟโรบัสต้า (Robusta)

กาแฟโรบัสต้าเป็นสายพันธุ์ที่นิยมรองลงมาจากอาราบิก้า คิดเป็น 30-40% ของการผลิตกาแฟทั่วโลก ถิ่นกำเนิดอยู่ในแอฟริกากลาง เมล็ดโรบัสต้ามีรูปร่างกลมเล็กกว่าอาราบิก้าเล็กน้อย ร่องตรงกลางเป็นเส้นตรง รสชาติมีความขมเข้มข้น หนักแน่น มีความเป็นกรดต่ำ และมีกลิ่นหอมน้อยกว่าอาราบิก้า ปริมาณคาเฟอีนสูงถึง 2.2-2.7% เกือบเท่าตัวของอาราบิก้า ทำให้มีรสขมมากกว่า

โรบัสต้ามักนำมาใช้ผสมในการทำกาแฟสำเร็จรูป กาแฟคั่วเข้ม หรือเอสเปรสโซ่เบลนด์ เพราะช่วยเพิ่มความเข้มข้นและครีม่าในช็อตกาแฟ นอกจากนี้ ราคายังถูกกว่าอาราบิก้าด้วย จึงเป็นที่นิยมในการผลิตเชิงพาณิชย์

กาแฟลิเบอริก้า (Coffea Liberica)

กาแฟลิเบอริก้าเป็นสายพันธุ์ที่หาได้ยากที่สุด คิดเป็นเพียง 2% ของการผลิตกาแฟทั่วโลก ถิ่นกำเนิดอยู่ในแอฟริกาตะวันตก เมล็ดลิเบอริก้ามีขนาดใหญ่กว่าสายพันธุ์อื่นถึง 2 เท่า รูปร่างไม่สม่ำเสมอ รสชาติเป็นเอกลักษณ์มาก มีกลิ่นหอมเหมือนไม้และควันไฟ รสชาติเข้มข้น บางคนอธิบายว่ามีรสเหมือนถั่ว เป็นสายพันธุ์ที่นิยมในฟิลิปปินส์และมาเลเซีย แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมในตลาดสากล

สายพันธุ์กาแฟ รสชาติต่างกันหรือไม่?

สายพันธุ์กาแฟ รสชาติ

รสชาติกาแฟแต่ละสายพันธุ์มีความแตกต่างที่เห็นได้ชัด ซึ่งเกิดจากปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ความแตกต่างของรสชาติเกิดจากพันธุกรรมของพันธุ์กาแฟแต่ละชนิด เช่น อาราบิก้ามีน้ำตาลและกรดอินทรีย์มากกว่าโรบัสต้าตามธรรมชาติ ทำให้มีรสหวานและความเป็นกรดมากกว่า ขณะที่โรบัสต้ามีสารคลอโรจีนิกแอซิดสูงกว่า ทำให้มีรสขมและหนักแน่นกว่า

นอกจากพันธุกรรมแล้ว สภาพแวดล้อมก็มีผลอย่างมาก เช่น กาแฟที่ปลูกบนพื้นที่สูงมักมีความหวานและความเป็นกรดมากกว่ากาแฟที่ปลูกในที่ราบ ดินและภูมิอากาศที่แตกต่างกันทำให้กาแฟสายพันธุ์เดียวกันอาจมีรสชาติต่างกันเมื่อปลูกคนละที่

การแปรรูปหลังการเก็บเกี่ยวก็ส่งผลต่อรสชาติด้วย เช่น การแปรรูปแบบล้างน้ำจะให้รสชาติที่สะอาด ใส ขณะที่แบบตากธรรมชาติให้รสหวาน เข้มข้น และมีกลิ่นหอมของผลไม้ เมื่อนำมาคั่วและชง ระดับความเข้มของกาแฟ เช่น กาแฟคั่วเข้ม กาแฟคั่วอ่อน ก็จะยิ่งเพิ่มความหลากหลายของรสชาติ

สำหรับนักเรียนที่อยากเรียนชงกาแฟให้เป็นมืออาชีพ การทำความเข้าใจรสชาติของแต่ละสายพันธุ์จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างสรรค์เมนูกาแฟและสูตรกาแฟที่โดดเด่น รวมถึงการสตีมนมให้เข้ากับกาแฟแต่ละชนิดอย่างลงตัว หากสนใจศึกษาเทคนิคการชงกาแฟแบบมืออาชีพ จะเรียนชงกาแฟที่ไหนดี ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้เลย!

คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)

จังหวัดไหนที่นิยมปลูกกาแฟ?

จังหวัดที่นิยมปลูกกาแฟในไทยส่วนใหญ่อยู่ภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก น่าน และลำปาง ซึ่งมีพื้นที่สูงและอากาศเย็นเหมาะกับการปลูกต้นกาแฟอาราบิก้า

สายพันธุ์กาแฟอะไร ที่แพงที่สุด?

สายพันธุ์กาแฟที่แพงที่สุดในโลกคือ Geisha (เกอิชา) เนื่องจากมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์สูง กลิ่นหอมดอกมะลิ รสหวานซับซ้อน และปลูกได้น้อย

เรียนรู้สายพันธุ์กาแฟ พร้อมเริ่มต้นเส้นทางบาริสต้ามืออาชีพกับ Topcoff

การทำความรู้จักกับสายพันธุ์กาแฟคือก้าวแรกที่สำคัญสำหรับทุกคนที่รักกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟอาราบิก้า โรบัสต้า หรือสายพันธุ์พิเศษอื่น ๆ แต่ละชนิดของกาแฟมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว

หากอยากก้าวไปสู่การเป็นบาริสต้ามืออาชีพและต้องการเข้าใจเรื่องกาแฟอย่างลึกซึ้ง รวมถึงเทคนิคการชงแบบต่าง ๆ หรือการสร้างสรรค์เมนูกาแฟใหม่ ๆ การเรียนชงกาแฟกับ Topcoff จะช่วยให้พัฒนาทักษะได้เร็วขึ้น เราคือโรงเรียนสอนกาแฟโดยเฉพาะที่จดทะเบียนบริษัทอย่างถูกต้อง เปิดสอนแบบไพรเวท 1:1 โดยอาจารย์จับมือทำกับนักเรียนโดยตรง ไม่ต้องรวมกลุ่มกับคนอื่น 4-8 คนเหมือนที่อื่น ทำให้ได้พัฒนาทักษะได้อย่างเต็มที่ อาจารย์ผู้สอนเป็นแชมป์แข่งกาแฟระดับประเทศ มั่นใจได้ในคุณภาพการสอนและเทคนิคที่อัปเดตอยู่เสมอ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *